วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่ 4

บันทึกการเรียนครั้งที่ 4
วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559
เวลา 12.30-14.30 น.

ความรู้ที่ได้รับ

นำเสนองานเรื่องทฤษฎีที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวในด้านต่างๆ ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา













  

การนำไปประยุกต์ใช้

ได้รู้เรื่องทฤษฎีที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวมากยิ่งขึ้น ทำให้มีพื้นฐานความรู้และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสอนได้

ประเมินผล

ประเมินตนเอง

ตั้งใจนำเสนอผลงานของกลุ่มตนเอง และตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์สอน

ประเมินเพื่อน

เพื่อนทุกคนนำเสนองานได้ดี มีความรับผิดชอบในการทำงาน

ประเมินอาจารย์

เมื่อนำเสนอเสร็จอาจารย์ก็จะอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับทฤษฎีทำให้เราเข้าใจได้ง่ายมากย่งขึ้น






วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559
เวลา 14.30-17.30 น.
 
ความรู้ที่ได้รับ
 
อาจารย์เริ่มต้นการสอนด้วยการให้ดูวิดิโอเรื่อง เสียตัว เสียใจ ที่ให้แง่คิดเรื่องการท้องในวัยเรียน และสอนเรื่องการใช้ชีวิตให้
 
 
 


เมื่อดูวิดิโอเสร็จ อาจารย์ก็ให้ทำท่าบริหารสมองที่เราต้องทำทุกอาทิตย์เพื่อเป็นการพัฒนาสมอง




จากนั้นอาจารย์ก็ให้เต้นเคลื่อนไหวตามจังหวะเพลง โดยออกไปทำท่าทีละคน และให้เพื่อนๆทำตาม






หลังจากนั้นอาจารย์ก็ให้แบ่งกลุ่ม คิดท่าการเคลื่อนไหวอยู่กับที่ คนละ 2 ท่า และออกไปแสดงหน้าห้องทีละกลุ่ม






อาจารย์บอกว่าที่ให้ออกไปเพื่อจะดูการสบตากับเด็ก และการยิ้มเพราะการสอนเด็กเราจะต้องสบตากับเด็กอยู่ตลอดเวลา ถ้าเราไม่สบตาเด็กเด็กอาจจะคิดว่าคุณครูไม่สนใจ และครูแนุบาลจะต้องยิ้มตลอดเพื่อให้เด็กอยากเรียน




และอาจารย์ก็บอกว่าจะให้ออกไปสอนทีละคน โดยให้คิดท่าคนละ 3 ท่า เป็นท่าการเคลื่อนไหวอยู่กับที่ และสอนเรื่องการบอกซ้าย ขวาให้กับเด็ก คือ ถ้าจะให้เด็กยกมือขวาครูต้องยกมือซ้าย ถ้าจะให้เด็กยกมือซ้ายครูต้องยกมือขวา เพราะเด็กทำตามในลักษณะคล้ายๆกับการส่องกระจกสะท้อน การสอนเด็กจะต้องบอกเด็กทีละขั้นอย่างละเอียด และถ้ามีท่าที่ต้องหมุน เช่น หมุนหัวไหล่ ถ้าหมุนไปก็ต้องหมุนกลับด้วย










การนำไปประยุกต์ใช้

เราต้องอธิบายท่าทางการเคลื่อนไหวให้เด็กฟังอย่างละเอียดและเป็นขั้นตอน เราต้องฝึกยิ้มและฝึกการสบตากับเด็กเพราะการยิ้มและการสบตาเด็กเป็นสิ่งที่สำคัญ คำนึงเรียนการสอนซ้าย ขวา เพราะการสอนเด็กซ้ายขวา ครุจะต้องยกสลับข้างกับเด็ก อาจจะทำให้เราสับสนได้ ดังนั้นเวลาจะสอนต้องนึกดีๆ

ประเมินผล

ประเมินตนเอง

การสบตากับเพื่อนยังไม่ทั่งถึง เวลาออกไปสอนหน้าห้องยังรู้สึกเขินๆและตื่นเต้น แต่ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมได้ดี

ประเมินเพื่อน

เพื่อนๆตั้งใจเรียน และเวลาให้คิดท่าทางการเคลืื่อนไหว เพื่อนทุกคนก็ต้องใช้คิดและตั้งใจซ้อม เพื่อนหลายคนออกไปสอนได้ดีและดูเป็นธรรมชาติ เพื่อนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม

ประเมินอาจารย์

ตอนออกไปเต้นหน้าห้องตามจังหวะเพลงที่ละคน อาจารย์ก็ทำตามไปด้วยไม่ได้ปล่อยให้เด็กทำอย่างเดียว และเวลาสอนอาจารย์ก็คอยสอนเทคนิคต่างๆ อาจารย์ทำให้เราเห็นว่ารอยยิ้มของครูมีความสำคัญในการเรียนของเด็กจริงๆ เพราะอาจารย์จะยิ้มให้เราตลอดทำให้เรารู้สึกสนุกในการเรียน และรู้สึกมีความสุขเมื่อได้เรียนกับอาจารย์





วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่ 3

บันทึกการเรียนครั้งที่ 3 
วันจันทร์ที่ 25 มกราคม 2559
เวลา 12.30-14.30 น.

ความรู้ที่ได้รับ

ประเภทของการเคลื่อนไหว

1. การเคลื่อนไหวเกี่ยวกับร่างกาย
-การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ขั้นพื้นฐาน เช่น การเดิน การวิ่ง การกระโดด
-การเคลืื่อนไหวแบบไม่เคลื่อนที่ เช่น การดัน การบิดตัว

2การเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับวัตถุ
-การทำให้วัตถุอยู่นิ่งเคลื่อนที่
-การหยุดวัตถุที่เคลื่อนที่

ประเภทของกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ
1ประเภทเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานตามลำดับ
2ประเภทฝึกปฏิบัติตามสัญญาณหรือข้อตกลง
3ประเภทกิจกรรมเนื้อหา
4ประเภทจินตนาการตามคำบรรยาย
5ปะเภทกิจกรรมฝึกความจำ


การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่
การเดิน การวิ่ง การกระโดดเขย่ง การกระโจน การโดดสลับเท้า การสไลด์ 

การเคลื่อนไหวแบบไม่เคลื่อนที่
การก้มตัว การเหยียดตัว การบิดตัว การหมุนตัว การโยกตัว การแกว่งมือหรือขา การโอนเอน การดัน การสั่น การตี

ระดับการเคลื่อนไหว
มี 3 ระดับ คือ สูง กลาง ต่ำ

ทิศทางการเคลื่อนไหว
ไปข้างหน้า ไปข้างหลัง ไปข้างๆ หรือเคลื่อนตัวไปรอบทิศทาง 

การฝึกจังหวะ 
แบ่งออกเป็น 4 วิธี คือ 
1.การทำจังหวะด้วยการใช้ส่วนต่างๆในร่างกาย
2.การทำจังหวะด้วยการเปล่งเสียง
3.การทำจังหวะด้วยการใช้เครื่องเคาะจังหวะ
4.การทำจังหวะด้วยการเคลื่อนไหว

แนวการประเมิน
1. สังเกตการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกาย
2. สังเกตการทำท่าทางแปลกใหม่ ไม่ซ้ำกัน
3. สังเกตการทำท่าทางตามคำสั่งและข้อตกลง
4. สังเกตการแสดงออก
5. สังเกตความสนใจในการเข้าร่วมกิจกรรม



และอาจารย์ก็พูดถึงเรียนของสมองกับการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย อาจารย์ก็บอกถึงการทำงานของสมองพูดถึงสมองซีกซ้ายและซีกขวาว่าทำหน้าที่อะไรมีความแตกต่างอย่างไร















จากนั้นอาจารย์ก็ให้ดูภาพและหาหน้าของคนหรือการจับผิดภาพ อาจารย์บอกว่าเป็นการพัฒนาสมอง






และอาจารย์ก็ให้ดูวิดิโอที่สอนวิธีการฝึกท่าบริหารสมอง

การนำไปประยุกต์ใช้

รู้จักประเภทของการเคลื่อนไหว การประเมินการเคลื่อนไหวของเด็ก การฝึกการจังหวะ ซึ่งเราสามารถนำไปสอนเด็กได้ และมีท่าบริหารสมอง ที่เราสามารถไปทำตามและจะได้บริหารสมองของเรา

ประเมินผล

ประเมินตนเอง

ตั้งใจเรียนและจดเนื้อหาที่อาจารย์สอน ตอนอาจารย์ให้ทำกิจกรรมที่ดูรูปภาพ ก็พยายามบอกและหาคำตอบ

ประเมินเพื่อน

เพื่อนตั้งใจเรียน และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม

ประเมินอาจารย์

อาจารย์ตั้งใจสอน มีการยกตัวอย่าง และหากิจกรรมให้ทำ


บันทึกการเรียนครั้งที่ 2

บันทึกการเรียนครั้งที่ 2
วันจันทร์ที่ 18 มกราคม 2559
เวลา 12.30-14.30 น.

ความรู้ที่ได้รับ

อาจารย์สอนเรื่องความหมายความสำคัญของกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ หมายถึง กิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกาย และมีการใช้ดนครีประกอบ

ความสำคัญของกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ คือ เทคนิควิธีคิดค้น  การเคลื่อนไหวของส่วนต่างๆ เรียนรู้และชอบ เข้าใจประโยชน์การเคลื่อนไหว พัฒนาการทางสร้างสรรค์ และขีดจำกัดความสามารถ การเคลื่อนไหวยังเป็นตัวส่งเสริมพัฒนาการด้าน EQ ด้วย 

จัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะมีขอบข่ายดังนี้
1การเคลื่อนไหวพื้นฐาน
2การเคลื่อนไหวเล่นเลียนแบบ
3การเคลื่อนไหวตามบทเพลง
4การเล่นเกมประกอบเพลง
5การเคลื่อนไหวเชิงสร้างสรรค์
6การเล่นเป็นเรื่องราวหรือนิทาน/นิยาย

การเคลื่อนไหวพื้นฐานมี 2 ประเภท คือ
1. การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ เช่น ย่ำเท้าบิดตัว หมุนเข่า เหวี่ยงแขน 
2. การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ เช่น วิ่ง กระโดดเคลื่อนที่ กลิ้ง คลาน





การนำไปประยุต์ใช้ 

รู้ถึงความความหมายความสำคัญของการเคลื่อนไหวที่มีผลต่อเด็ก เพราะกิจกรรมเคลื่อนไหวจะช่วยพัฒนาเด็กในด้านร่างกายทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ รวมถึงช่วยสร้างความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก และอาจารย์ก็ยกตัวอย่างกิจกรรมที่ไว้ใช้สอนเคลื่อนไหวกับเด็ก

ประเมินผล

ประเมินตนเอง
ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอนและพยายามจดตามที่อาจารย์บอก

ประเมินเพื่อน 
เพื่อนตั้งใจฟังและนั่งจดตาม

ประเมินอาจารย์
อาจารย์ตั้งใจสอนและยกตัวอย่างกิจกรรมหลายๆอย่างประกอบการสอนทำให้เราเข้าใจมากยิ่งขึ้น ถามคำถามให้เราได้ตอบ





วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2559
เวลา 14.30-17.30 น.

ความรู้ที่ได้รับ
อาจารย์ให้เราทุกคนลิงค์บล้อคของเราที่บล้อคของอาจารย์



จากนั้นอาจารย์ก็ให้ออกไปเต้นหน้าห้องทีละคน ตามเพลงที่เราเตรียมเอาไว้













เมื่อเต้นครบทุกคนอาจารย์ก็ให้เวลาพัก จากนั้นอาจารย์ก็นำเข้าสู่การเรียน เริ่มจากการทำท่าบริหารสมอง



จากนั้นอาจารย์ก็สอนเรื่องการเคลื่อนไหวอยู่กับที่และการเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ และสอนการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ คือ ถ้าอาจารย์เคาะ1จังหวะ เราก็เคลื่อนไหว1ครั้ง ถ้าเคาะจังหวะรัวๆก็ให้เคลื่อนไหวอย่างอิสระ และถ้าเคาะ2จังหวะติดกัน คือหยุดเคลื่อนไหว





การนำประยุกต์ใช้

สามารถนำกิจกรรมที่อาจารย์สอน ไปจัดกิจกรรมให้เด็กได้ ทั้งการเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่และอยู่กับที่ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เด็กจะได้เคลื่อนไหว และรู้สึกสนุกสนานกับการจัดกิจกรรม

ประเมินผล

ประเมินตนเอง

ตอนออกไปเต้นหน้าห้องตอนแรกก็รู้สึกเขินๆ แต่เพื่อนๆก็คอยให้กำลังใจและตั้งใจฟังและให้ความร่วมมือกับกิจกรรมที่อาจารย์สอน สนุกสนานกับกิจกรรมและได้ออกกำลังกายไปในตัว

ประเมินเพื่อน

เพื่อนๆเต้นได้ดี และให้ความร่วมมือกับกิจกรรม เพื่อนๆมีความสุขและสนุกสนานกับการเรียน

ประเมินอาจารย์

อาจารย์ตั้งใจสอน และบอกการจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวให้กับเด็กหลายๆกิจกรรมทำให้เรามีความรู้เพิ่มมากยิ่งขึ้น